มูลค่าเงินตามเวลา (Time Value of Money) คืออะไร ?

มูลค่าของเงินตามเวลา เป็นความคิดที่ว่าเงินที่มีอยู่ในช่วงเวลาปัจจุบันมีมูลค่ามากกว่าปริมาณที่เท่ากันในอนาคต

เพราะว่าเงินนั้นมีศักยภาพในการเติบโต (เงินในวันนี้หากนำไปลงทุนก็จะได้กำไร มีดอกผลเพิ่มขึ้นมา)

หลักการสำคัญของโลกการเงินนั้น ถือว่าเงินจำนวนเงินใด ๆ ที่ได้รับมายิ่งเร็วมากเท่าไหร่ยิ่งมีมูลค่ามากขึ้น หากต้องการเปรียบเทียบเงินในอนาคตกับปัจจุบันจึงมีความจำเป็นที่จะต้องมีตัวคูณ ซึ่งเรียกว่า Discount Rate หรือ Interest Rate

โดยพื้นฐานของสูตรคำนวณมีดังนี้

FV = Future value of money มูลค่าเงินในอนาคต

PV = Present value of money มูลค่าเงินในปัจจุบัน

i = interest rate อัตราดอกเบี้ย

n = number of compounding periods per year จำนวนครั้งที่ทบต้นต่อปี

t = number of years จำนวนปี

สูตรของ Time value of money (TVM) คือ : FV = PV x (1 + (i / n)) ^ (n x t)

 

 

 

RMF คืออะไร ?

RMF ย่อมาจาก Retirement Mutual Fund (กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ)

เป็นกองทุนที่ส่งเสริมให้เกิดการออมเพื่อเตรียมเงินไว้ใช้ในยามเกษียณ และให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีแก่ผู้ลงทุนเพื่อเป็นแรงจูงใจ

ลักษณะของ RMF

  • ลงทุนต่อเนื่องเพื่อสะสมเงินลงทุนไว้ใช้ยามเกษียณ
  • รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีเมื่อปฎิบัติตามเงื่อนไขการลงทุน
  • หลากหลายนโยบายการลงทุน
  • ความเสี่ยงต่ำ-สูง

RMF เหมาะกับ

  • คนทุกกลุ่มที่ต้องการออมเงินเพื่อวัยเกษียณ โดยเฉพาะคนที่ไม่มีสวัสดิการเพื่อวัยเกษียณมารองรับ เช่นคนที่ไม่ได้เป็นสมาชิกกบข. หรือกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ
  • หรือคนที่เป็นสมาชิกกบข. หรือกองทุนสำรองเลี้ยงชีพที่ต้องการออมเงินเพิ่ม

ผู้ลงทุนสามารถนำค่าซื้อ RMF ไปลดหย่อนภาษีได้ สูงสุดตามเงื่อนไข ไม่เกิน 15% ของรายได้และสูงสุดไม่เกิน 500,000 บาท สำหรับ RMF แล้ว 500,000 บาท ต้องนับรวมเงินที่สะสมเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพ,กบข.และประกันชีวิตแบบบำนาญด้วย)

RMF มีนโยบายการลงทุนให้เลือกหลากหลายเหมือนกองทุนรวมทั่วไป ดังนี้

  • ตามระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้
  • ตามตราสารหรือหลักทรัพย์ที่ต้องการลงทุน เช่น กองทุนตราสารหนี้, กองทุนหุ้น, กองทุนทองทำ, กองทุนผสม, หรือแม้กระทั่งกองทุนต่างประเทศ

การซื้อ RMF

  • ต้องลงทุนอย่างต่อเนื่องทุกปีโดยซื้อหน่วยลงทุนของ RMF อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง และไม่ระงับการซื้อหน่วยลงทุนเกินกว่า 1 ปี ติดต่อกัน

การขาย RMF

  • ต้องถือไม่น้อยกว่า 5 ปี ตั้งแต่วันที่ซื้อครั้งแรก โดยจะนับเฉพาะปีที่มีการซื้อ RMF เท่านั้น
  • สามารถขายคืนได้ขณะที่ผู้ลงทุนอายุเกิน 55 ปีบริบูรณ์

สิ่งที่ควรคำนึงเมื่อจะลงทุน RMF

  • ตอบตัวเองให้แน่ใจว่าต้องการลงทุนเพื่อการเกษียณ
  • มีวินัยในการออมอย่างสม่ำเสมอ ต่อเนื่องระยะยาว
  • รู้จักระดับการยอมรับความเสี่ยงของตนเอง
  • พิจารณาผลการดำเนินงานของกองทุนและบริษัทจัดการกองทุน
  • ศึกษาเงื่อนไขการลงทุนของ RMF อย่างถูกต้อง

LTF คืออะไร ?

LTF ย่อมาจาก Long Term Equity Fund (กองทุนรวมหุ้นระยะยาว)

เป็นกองทุนรวมที่มีความพิเศษคือมีจุดมุ่งหมาย เพื่อส่งเสริมการลงทุนในตลาดหุ้นระยะยาวโดยผู้ลงทุนได้สิทธิประโยชน์ทางภาษี โดยสามารถนำเงินลงทุนในแต่ละปีมาลดหย่อนภาษีได้

LTF เหมาะกับ

  • บุคคลที่มีรายได้ และต้องเสียภาษี
  • สามารถยอมรับความเสี่ยงในการลงทุนในหุ้นได้

โดยที่กองทุน LTF มีลักษณะดังนี้

  • ลงทุนในหุ้น ไม่น้อยกว่าร้อยละ 65 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ
  • ผู้ซื้อหน่วยลงทุน ต้องถือครองหน่วยลงทุนไม่น้อยกว่า 5 ปีปฏิทิน
  • ผู้ลงทุนซื้อหน่วยลงทุนปีใด ได้รับสิทธิลดหย่อนภาษีปีนั้นๆ
  • ความเสี่ยงสูงเท่ากับกองทุนหุ้น

* ผู้ลงทุนสามารถนำค่าซื้อ LTF ไปลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 15% ของรายได้พึงประเมิน สูงสุดไม่เกิน 500,000 บาท

การขายคืน LTF

  • LTF  ที่ครบกำหนด 7 ปี ขายได้โดยกำไรที่ได้จากการขาย ไม่ต้องนำไปคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา
  • ถ้าผิดเงื่อนไขการลงทุนจะเสียสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่เคยได้รับ และต้องเสียภาษีเพิ่ม

สิ่งที่ต้องคำนึงก่อนลงทุน LTF

  • สามารถยอมรับความเสี่ยงในการลงทุนได้
  • เข้าใจนโยบายการลงทุนว่ามีการนำเงินไปลงทุนในหลักทรัพย์
  • พร้อมที่จะลงทุนในระยะยาว ไม่ต่ำกว่า 7 ปีปฏิทิน
  • ศึกษาเงื่อนไขการลงทุนอย่างถูกต้อง และเข้าใจ
  • พิจารณาผลการดำเนินงานของกองทุน และบริษัทจัดการกองทุน

 

Investment Pyramid

ในการบริหารการเงิน พอร์ทการลงทุน เราควรจะมีความรู้ว่า สินทรัพย์ที่เราลงทุนอยู่ในความเสี่ยงระดับใด บางครั้งการลงทุนในระดับ Speculation หรือการเก็งกำไรนั้นให้ผลตอบแทนสูงมาก แต่สำหรับนักลงทุนบางคนนั้นไม่สามารถรับความเสี่ยงที่สูญเสียเงินต้นได้ ดังนั้นจึงไม่ควรลงทุนในสินทรัพย์นั้น และเรามีความจำเป็นที่จะต้องปรับสัดส่วนการลงทุนของเราเป็นเรื่อยๆ อาจจะเพราะด้วยการเปลี่ยนแปลงของกระแสเงินสด เรื่องงาน หรืออายุ การลงทุนจึงมีสองด้านที่ต้องพิจารณาเสมอคือ Return ผลตอบแทนจากการลงทุน และ Risk ความเสี่ยงจากการลงทุน

Asset Class ประเภทของสินทรัพย์ คืออะไร ?

ประเภทสินทรัพย์
สินทรัพย์ที่เป็นกลุ่มของหลักทรัพย์ซึ่งมีลักษณะคล้ายกันในตลาดการเงิน

และสินทรัพย์ที่คล้ายกัน หรือถูกจัดกลุ่มให้อยู่ในประเภทเดียวกันจะอยู่ภายใต้กฎหมายและกฎระเบียบแบบเดียวกัน

3 ประเภทหลักของสินทรัพย์หลักคือ

  • ตราสารทุน (Stocks)
  • ตราสารหนี้ (Bonds)
  • และรายการเทียบเท่าเงินสด (Money Market)

หรือบางตำรา อาจจะมี Asset Class สำหรับการลงทุนเพิ่มเติมมาอีก 2 ประเภทคือ

  • อสังหาริมทรัพย์ (Real Estate)
  • การลงทุนทางเลือก (Alternatives)

Life Insurance ประกันชีวิต คืออะไร ?

ประกันชีวิต คือ เครื่องมือทางการเงิน ที่ช่วยป้องกันการสูญเสียรายได้ จากคนที่ได้รับการประกันได้จากไป โดยผู้รับผลประโยชน์ที่ระบุไว้ในกรมธรรม์จะเป็นผู้ได้รับเงินผลประโยชน์ตามสัญญาของกรมธรรม์ ซึ่งประกันชีวิตจะปกป้องความเสี่ยงจากผลกระทบทางการเงิน (Financial Impact) ที่เกิดจากการสูญเสียรายได้จากผู้เสียชีวิต

ซึ่งการพิจารณาซื้อประกันชีวิตนั้นควรคำนึงถึงมาตรฐานการใช้ชีวิตของครอบครัวเมื่อหัวหน้าครอบครัวจากไป หรือเป็นเงินกองทุนเพื่อใช้เป็นค่าผ่อนบ้าน หรือค่าใช้จ่ายเพื่อการศึกษาบุตร

การทบทวนจำนวนทุนประกันควรจะทำการทบทวนทุกปี หรือเวลามีเหตุการณ์สำคัญเกิดขึ้นกับชีวิต เช่น การแต่งงาน การหย่าร้าง การมีบุตรเพิ่มขึ้น การซื้อบ้านใหม่ หรือการลงทุนทางธุรกิจ

The Power of LESS ,by Leo Babauta

S__114483203

หนังสือ The Power of Less เล่มนี้ เป็นหนังสือที่จะนำพาชีวิตของคุณกลับออกมาจาก ความยุ่งเหยิง ความกังวล และงานที่ไม่มีความสำคัญจริงๆ สำหรับชีวิต

หนังสือของ Leo Babauta ให้แง่คิดที่เรียบง่าย กระบวนการคิดที่เป็นลำดับชัดเจน ทำให้เพิ่มประสิทธิภาพในด้านต่างๆ ได้เป็นอย่างดี

การบริหารจัดการอีเมลในแต่ละวัน การจัดการงานที่จะทำให้บรรลุเป้าหมายได้อย่างชัดเจน การดูแลสุขภาพ การรักษาความสัมพันธ์

หนังสือเล่มนี้มีแก่นความคิดใกล้เคียงกับ Zen ที่เน้นความเรียบง่าย อีกทั้งยังมี Tim Ferriss ผู้เขียน The 4-Hour Workweek ผู้นำทางความคิดของ New Rich & Lifestyle Design มาให้คำนิยมในงานเขียนชิ้นนี้อีกด้วย

ผมแนะนำจากใจเลยครับ หนังสือเล่มนี้คุ้มค่ากับการใช้เวลาของชีวิตแบ่งมาให้กับหนังสือเล่มนี้ครับ