มูลค่าเงินตามเวลา (Time Value of Money) คืออะไร ?

มูลค่าของเงินตามเวลา เป็นความคิดที่ว่าเงินที่มีอยู่ในช่วงเวลาปัจจุบันมีมูลค่ามากกว่าปริมาณที่เท่ากันในอนาคต

เพราะว่าเงินนั้นมีศักยภาพในการเติบโต (เงินในวันนี้หากนำไปลงทุนก็จะได้กำไร มีดอกผลเพิ่มขึ้นมา)

หลักการสำคัญของโลกการเงินนั้น ถือว่าเงินจำนวนเงินใด ๆ ที่ได้รับมายิ่งเร็วมากเท่าไหร่ยิ่งมีมูลค่ามากขึ้น หากต้องการเปรียบเทียบเงินในอนาคตกับปัจจุบันจึงมีความจำเป็นที่จะต้องมีตัวคูณ ซึ่งเรียกว่า Discount Rate หรือ Interest Rate

โดยพื้นฐานของสูตรคำนวณมีดังนี้

FV = Future value of money มูลค่าเงินในอนาคต

PV = Present value of money มูลค่าเงินในปัจจุบัน

i = interest rate อัตราดอกเบี้ย

n = number of compounding periods per year จำนวนครั้งที่ทบต้นต่อปี

t = number of years จำนวนปี

สูตรของ Time value of money (TVM) คือ : FV = PV x (1 + (i / n)) ^ (n x t)

 

 

 

Investment Pyramid

ในการบริหารการเงิน พอร์ทการลงทุน เราควรจะมีความรู้ว่า สินทรัพย์ที่เราลงทุนอยู่ในความเสี่ยงระดับใด บางครั้งการลงทุนในระดับ Speculation หรือการเก็งกำไรนั้นให้ผลตอบแทนสูงมาก แต่สำหรับนักลงทุนบางคนนั้นไม่สามารถรับความเสี่ยงที่สูญเสียเงินต้นได้ ดังนั้นจึงไม่ควรลงทุนในสินทรัพย์นั้น และเรามีความจำเป็นที่จะต้องปรับสัดส่วนการลงทุนของเราเป็นเรื่อยๆ อาจจะเพราะด้วยการเปลี่ยนแปลงของกระแสเงินสด เรื่องงาน หรืออายุ การลงทุนจึงมีสองด้านที่ต้องพิจารณาเสมอคือ Return ผลตอบแทนจากการลงทุน และ Risk ความเสี่ยงจากการลงทุน

8 นิสัย สู่ความเป็นเลิศด้านการเงิน

1. มีแผนการเงิน
การมีแผนการเงินเป็นจุดเริ่มต้นของการเดินทาง สู่อิสรภาพทางการเงิน
เราทุกคนควรมีแผนการเงิน และดำเนินการตามแผนในทุกๆ วัน

2. ออมอย่างน้อย 10% ของรายได้

หลังจากออมได้แล้วนั้น นำเงินออมที่ได้ไปลงทุน เพื่อที่จะได้ประโยชน์จาก อัตราดอกเบี้ยทบต้น ในระยะยาว

3. ลดหนี้สินที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้

การซื้อบ้าน หรือซื้อรถที่เกินกำลัง จะทำให้เป้าหมายสู่อิสรภาพทางการเงินช้าลง เพราะหนี้สินเหล่านี้ เป็นค่าใช้จ่ายที่เราต้องจ่ายออกไปในแต่ละเดือน

4. มีการตั้งเป้าหมายระยะยาว และเป้าหมายระยะสั้น

ถ้ามีเป้าหมายที่ชัดเจน เราสามารถกำหนดกลยุทธ์การลงทุน เพื่อเป้าหมาย
ในแต่ละช่วงเวลาได้เหมาะสม

5. ใช้เงินอย่างมีกลยุทธ์

มีความรอบคอบในการใช้จ่าย อย่ามองข้ามเงินเล็กน้อยที่ใช้ ในชีวิตประจำวัน เพราะว่า ถ้าเราสามารถลดรายจ่ายได้ แล้วนำไปลงทุน รายจ่ายเหล่านี้ก็อาจแปลเปลี่ยนเป็นเงินก้อนโตได้ในอนาคต

6. แสวงหาคำแนะนำจากที่ปรึกษาการเงิน

บางครั้งการมีที่ปรึกษาการเงินก็เป็นสิ่งที่ทำให้เรา ประหยัดเวลาในการเรียนรู้ และสามารถได้รับคำแนะนำที่เราไม่เคยรู้ หรือสิ่งเราเข้าใจผิดในด้านการเงิน การลงทุน.(ยังไงมีที่ปรึกษาก็ดีกว่าไม่มีที่ปรึกษา)

7. คบค้าสมาคมกับคนที่ประสบความสำเร็จทางการเงิน

“คบคนพาล พาลพาไปหาผิด คบบัณฑิต บัณฑิตพาไปหาผล”
เราจะได้เรียนรู้ลักษณะนิสัยของผู้ประสบความสำเร็จทางการเงิน

8. เรียนรู้กลยุทธ์การบริหารเงินใหม่ๆ อยู่เสมอ

การเรียนรู้อย่างต่อเนื่องจะทำให้การตัดสินใจของเรา มีประสิทธิภาพที่ดียิ่งขึ้น